เทคนิคการเกษตร
เทคโนโลยีการเตรียมแปลงแบบรักษาความชื้นดิน
01/11/2555

ในการปลูกอ้อยปลายฝนหรืออ้อยข้ามแล้ง การกักเก็บความชื้นและการรักษาความชื้นดินถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะพื้นที่ปลูกพืชไร่ซึ่งรวมถึงอ้อยมากกว่าร้อยละ 80 ยังต้องอาศัยน้อฝนเป็นหลัก และช่วงเวลาในการเริ่มปลูกอ้อยเพื่อให้ได้อายุเก็บเกี่ยวเหมาะสมและให้ผลผลิตมากก็ต้องปลูกช่วงปลายฝนหรือข้ามแล้ง


วิธีการกักเก็บน้ำฝนและอนุรักษ์ความชื้นดินทำได้หลยวิธีการตั้งแต่การปลูกพืชคลุมดิน การเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน และร่วมถึงการปรับช่วงเวลาและวิธีการเตรียมดิน


การเปิดรับและกักเก็บน้ำฝนทำได้โดยการไถเปิดหน้าดินตั้งแต่ช่วงกลางปี หน้าดินที่ถูกไถพลิกเอาไว้จะช่วยให้น้ำฝนซึมลึกลงชั้นดินด้านล่างได้ง่าย แล้วกักเก็บในชั้นน้ำใต้ดิน ช่วยลดการไหลบ่าและการชะล้างหน้าดินในช่วงที่มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง เพราะชั้นหน้าดินถือเป็นชั้นที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุด เพราะมีอินทรีย์วัตถุที่ได้จากการย่อยสลายของตอซังและเศษวัชพืช ซึ่งจะเป็นตัวสำคัญที่ช่วยดูดซับความชื้นและธาตุอาหารเอาไว้ในดิน และที่สำคัญยังจะเป็นชั้นที่รากพืชใช้ในการเจริญเติบโตอีกด้วย


ก่อนการปลูกในช่วงหมดฝนหรือประมาณเดือนตุลาคม ต้องทำการไถพรวนครั้งสุดท้าย เพราะดินที่ไถทิ้งไว้ เริ่มอัดแน่น และมีวัชพืชขึ้น การไถในขั้นตอนนี้ ไม่ควรเปิดหน้าดินทิ้งไว้ ควรเตรียมดินและทำการปลูกทันที และอีกวิธีหนึ่งที่เราแนะนำคือการไถแบบไม่เปิดหน้าดินโดยใช้ “ไถสิ่ว” หรือ  “ริปเปอร์” ในการระเบิดหน้าดิน โดยไถ 2 ครั้ง ในแนวขวางเป็นตารางหมากรุก การใช้ไถสิ่วจะไม่มีการพลิกหน้าดิน แต่จะเป็นการทำให้ชั้นดินตั้งแต่ผิวหน้าดินลึกลงไปประมาณ 50 เซนติเมตรแตกออก วิธีการนี้นอกจากจะช่วยลดการสูญเสียควาชื้นดินแล้วยังเป็นการทำลายชั้นดินดานซึ่งจะเป็นอุปสรรค์ในการเจริญเติบโตของรากและขวางกั้นการระเหยของน้ำใต้ดินขึ้นมาสู่เขตรากได้  แต่ควรไถสองครั้งแบบตารางหมารุกเพื่อให้ชั้นดินแตกอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งแปลง หลังจากนั้นให้ไถพรวนด้วยด้วยจอบหมุนอีกหนึ่งครั้ง แปลงก็พร้อมทำการปลูกอ้อยข้ามแล้งโดยยังคงมีความชื้นเพียงพอในการงอก และเจริญเติบโตและมีน้ำในชั้นใต้ดินระเหยขึ้นมาโดยเฉพาะในช่วงแล้ง ช่วยให้อ้อยเจริญเติบโตข้ามแล้งได้อย่างปรกติ และให้ผลผลิตที่ดีในช่วงเก็บเกี่ยว

แปลงที่ไถแบบไม่พลิกหน้าดิน

แปลงที่ไถแบบพลิกหน้าดิน